"ขอทาน"

คำๆนี้ ใน พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้แปลความหมาย
ของคำๆนี้ไว้ว่า "ขอเงินหรือสิ่งของเลี้ยงชีวิต, หากินทางขอ สิ่งที่ผู้อื่นให้
เรียกบุคคลที่หาเลี้ยงชีพอย่างนั้นว่า ขอทาน" .... นี้คือความหมายของคำคำนี้ครับ

หลายๆท่านอาจเรียกคนที่นั่งขอเงินตามสะพานลอย หรือนั่งขอเงินตามที่ต่างๆ
ว่าขอทาน ....ง เช่นเดียวกับผม ผมก็เรียกพวกนั้นว่าขอทาน

แต่สำหรับพวกที่ ตาบอดนั่งหรือเดินร้องเพลงขอเงิน คนเล่นดนตรีเดินขอเงิน
หรือแสดงอะไรต่างๆ ที่ไม่ได้นั่งเฉยๆ หลายๆ ท่านก็คงเรียกว่าขอทานเหมือนกัน
แต่สำหรับผมแล้ว ผมเรียกพวกเค้าว่า "นักดนตรี" หรือ "นักแสดง" ครับ

   ทำไมผมจึงเรียกพวกเค้าแบบนั้น?

ถ้าอยากรู้ (ไม่อยากก็ได้นะ...แต่ต้องอ่านต่อ ) ลองกลับไปอ่านความหมายของ
คำว่าขอทานดูครับ "ขอเงินหรือสิ่งของ...."  แต่คนเหล่านี้เค้าขอเงินก็จริงครับ
แต่เค้าไม่ได้ขอปล่าวๆ นี่ครับ ..... พวกเค้าให้เสีียงดนตรีกับคนอื่น หรือแสดง
อะไรสักอย่าง เพื่อแลกกับเศษเงินในกระเป๋าพวกเรา พวกเค้าก็เป็นคนทำงาน
แบบเราๆ นี่ละครับ แค่โอกาศของพวกเค้า มันไม่ได้สูงเหมือนพวกๆเราเท่านั้นเอง

ถ้าจะเรียกพวกเค้าเหล่านี้ว่า "ขอทาน" ... ผมก็คงคิดว่า ทุกคนในโลกนี้เป็นขอทาน
กันหมดละครับ เพราะพวกเราทุกคน (ยกเว้น พระ หรือ อะไรก็ตามที่คล้ายๆกัน)
ทำอะไรสักอย่างเพื่อแรกกับเงินเหมือนกัน .... หรือจะเถียงผมว่าไม่จริง

ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มออฟฟิต สาวโรงงาน แม่ค้าตลาดสด อาแป๊ะร้านเกมส์
ป้าร้านโชว์ห่วย ยันผู้บริหารกิจการใหญ่ ต่างก็ทำงานแลกเงินกันทั้งนั้น
จึงไม่ต่างอะไรกับคนเหล่านี้ ที่พวกคุณเรียกกันว่า "ขอทาน"

ถ้าติดตามอ่านงานเก่าๆ ของผมมาแล้ว ท่านผู้อ่านจะทราบว่าผมก็เป็น
นักดนตรีคนหนึ่ง นี้ก็คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ผมไม่เรียก คนเหล่านั้นว่าขอทาน

ผมให้เกียรติคนเหล่านี้มากครับๆ ทุกครั้งที่ผมเจอคนเป่าขลุ่ย สีซอ ร้องเพลง
นั่งขอเงินอยู่ ถ้าผมมีเงินเหรียญ หรือ แบงค์ 20 ผมก็จะหยิบให้ประจำ
ถ้าเค้าใหว้ขอบคุณ ผมก็จะใหว้กลับเหมือนกัน ....
เชื่อไหมครับ พวกเค้าบางคน เล่นดนตรีเก่งกว่าผมอีก ...... !!!
ทั้งๆ ที่ผมเล่นก็ไม่ได้เก่งอะไร แต่บางทีผมได้ออกงาน เป่าขลุ่ยสองเพลง
ผมกลับได้เงินมาใช่ง่ายๆแล้ว 1000 บาท แถมกินข้าวงานเลี้ยงฟรีๆอีก
ก็แค่โอกาสที่เค้าได้รับ มันมีไม่เท่าผมก็เท่านั้นเอง โลกนี้มันช่างไม่ยุติธรรม!!

เอาละครับผมจะเล่าประสบการณ์ครั้งหนึ่งของผม ที่เกี่ยวกับ "ขอทาน" ให้คุณฟัง

ครั้งหนึ่ง....เมื่อประมาณปีที่แล้ว ผมก็ยังเป็นนักศึกษาบ้าบอคนหนึ่งที่มั่วซั่วไปวันๆ
ตอนนั้นผมเดินทางไปหาแม่ที่ประตูน้ำ .....  หลังจากที่ผมได้คุยกับแม่เสร็จแล้ว
ก็ลาแม่กลับหอพัก ....

ผมมาถึงป้ายรถเมย์....ก็ยืนรอรถเมย์เพื่อกลับหอตามปกติ .... ในขณะที่ผมกำลังรอ
รถเมย์อยู่นั้นมีคุณตากับคุณยายคู่หนึ่ง เดินมา คุณตาเป็นคนตาบอดเป่าขลุ่ย
ผมจำได้ดีเลยว่าเป็นเพลง ลาวกระทบไม้ มีคุณยายคอยดูทางให้

ตอนที่ผมได้ยินเสียงเพลง ลาวกระทบไม้ จากคุณตาที่เป่าออกมา มันเพราะจริงๆครับ
ชนิดที่ผม เทียบไม่ติดจริงๆ สมแล้วที่อายุเยอะคงมีประสบการณ์เยอะมากๆ

ผมเลยเรียกคุณยาย แล้วให้เงินคุณยายไป 100 บาท (ตอนนั้นพึ่งได้เงินกับแม่มา ^^)
คุณยายก็ยกมือใหว้ขอบคุณผมใหญ่เลย แล้วก็บอกผมว่า "เจริญๆ นะหนุ่ม"
ผมก็ยิ้มแล้วยกมือใหว้คืน .... แล้วคุณตาคุณยายก็เดินจากไป

จากนั้นผมได้ยินเสียงพูดจากผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆผมว่า

  "ชิส์ พวกขอทานสกปรก กับพวกสนับสนุนพวกสกปรก"

ผมสะดุ้งเลยครับ หันไปมอง ปรากฎกว่าเป็นผู้หญิงวัยสัก 25-27 ปี มากับแฟน
แล้วบทสนทนานี้ก็เกิดขึ้น ผมขอเรียกเธอคนนั้นว่า "นางไฮโซ" นะครับ 

   ผม : ขอโทษนะครับ เมื่อสักครู่คุณพูดว่าอะไรนะครับ
   นางไฮโซ : เอ้า..ก็ได้ยินแล้วนิ จะมาถามซ้ำทำไม
   ผม : อ่าว.. แล้วอยู่ดีๆ คุณมาว่าผมทำไมครับ

ณ ตอนนั้นแฟนของนางไฮโซก็พยายามบอกให้นางไฮโซใจเย็นๆ

   นางไฮโซ : ก็มันจริงหรือป่าวละ มีพวกขอทานสกปรกแบบนี้เต็มบ้านเต็มเมื่อง
                   ก็เพราะมีพวกให้เงินสนับสนุนพวกมันแบบนี้ละ ... บ้านเมืองถึงไม่เจริญ
   ผม : (คิดในใจ) โหหห มึงพูดอะไรนิ ปัญหาระดับชาติเลยเราะ
   ผม : ขอโทษนะครับ พอดีผมไม่ได้เรียกพวกเค้าว่าขอทานนะครับ เค้าเอาเสียงเพลง
          มาแลกกับเศษเงิน เค้าก็ทำมาหากินเหมือนกันนะครับ และผมก็เป็นนักดนตรี
          คนหนึ่งเหมือนกัน
   นางไฮโซ : อ๋ออออ พวกขอทานเหมือนกันนี่เอง ถึงร้อนตัว...
   แฟนนางไฮโซ : เธอ...พอเถอะ...
   ผม : (คิดในใจ) อ่าว ไอ้เ... ปากหรอนั้น ติดเป็นผู้หญิงนะ ไม่งั้นกูต่อยละนี่ปากแบบนี้

ตอนนั้น ความอดทนของผมมันวิ่งทะลุหลอดวัดเรียบร้อยแล้ว!!! จึงพูดออกไปว่า..

   ผม : นี่คุณ ถ้าแฟนเป็น "เม็น" ก็อย่าปล่อยให้ออกมาเดินด่าชาวบ้า....

   ตุ็บ!!!

ไม่ทันสิ้นสุดประโยค กำปั้นของแฟนนางไฮโซก็มาอยู่ที่หน้าผมซะแล้ว
ผมสวนกลับไปทันทีหนึ่งหมัดโดนเข้าที่หน้าของมันพอดี ... แต่การแลกหมัด
ก็ต้องสิ้นสุด เพราะคนที่ป้ายรถเมย์ล๊อกห้ามผมเอาไว้ และผมก็อารมณ์เย็นลง
จึงขอโทษคนที่ช่วยกันห้าม และขอบคุณที่เข้ามาห้าม คนไทยใจดีแบบนี้ละครับ

   ณ ตอนนี้...นางไฮโซเราช๊อก พูดไม่ออกไปแล้วครับ

ผมพูดส่งท้ายก่อนจะเดินออกมาไว้ว่า "ขอทานก็คน คุณก็คน ถ้าไม่ชอบเค้า
ก็อย่าปากหมาใส่เค้าอีกนะ ไม่งั้นคนที่โดนต่อย อาจเป็นคุณก็ได้"
และผมก็เดินออกมา เพื่อจะเดินไปรอรถเมย์ป้ายอื่น...

ปากแตกครับ 555+ เลือดเต็ม แต่ก็ยังดีที่ได้สวนบ้าง มันก็คงแตกเหมือนกัน
ผมไม่รู้ว่าท่านผู้อ่านคิดยังไงกับเรื่องนี้ แต่ผมคิดว่า การที่ผมโมโหแบบนี้
ผมไม่ได้ผิด ใช่ไหมครับ

สุดท้ายนี้ อยากจะย้ำกับทุกท่านนะครับ ว่าขอทานก็เป็นคนมีหัวใจเหมือนกัน
อย่าไปคิดว่าเค้าเป็นแค่ขอทาน อยากให้คิดว่า เค้าก็เป็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง
เหมือนกับเราๆ แค่ต่างคนต่างอยู่ ...... "ขอทานก็มีหัวใจ"

 

ปล. หากนางไฮโซ ได้อ่าน Entry นี้ ผมอโหสิกรรมให้คุณแล้ว ขอให้ใช้ชีวิตไฮโซต่อไป

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เป็นมุมมองทีดีนะ เขาเล่นดนตรี เขาไม่ได้ขอทาน
มันก็เหมือนกับที่เราไปตามร้านอาหารเพื่อฟังดนตรีสดเหมือนกันป่ะ เราก็ให้ทริปเขารึเปล่าละ?
ก็น่าจะเป็นกันนั้นละ
ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นนะ สะมงสมอง นะมีมั้ย
การที่ได้แต่ดูถูกคนอื่นก็ทำให้เห็นว่าชีวิตเธอนะมันเป็นอย่างไง
ปัญหาสังคมที่คุณบอกนะ มันน่าจะหมายถึงพวกเด็กที่ถูกมาทำเป็นขอทานรึเปล่า แยกแยะกับข่าวสารที่ได้ฟังในสังคมบ้าง ก็น่าจะดีนะ...

#69 By hyukkie~MAi~ on 2013-02-01 11:56

แต่ผมก็ชื่นชมคุณมากนะ โทดทีอารมร้อนไปนิด ดีแล้วครับที่อโหสิกรรมไห้ ส่วนเขาตายไปก็ต้องไปชดใช้กรรมข้อ4 และเกิดมาเปนเปรต เปนขอทานอีกไม่รุกี่ชาติ

#68 By .. (182.53.122.46) on 2011-07-06 15:56

ทำไมคุณไม่ต่อยผุหญิงคนนั้นแล้วยำไห้ติดพื้นเลย แล้วบอกเลยว่า แล้ว..งไม่ใช่คนหรอ...ถึงมาดูถูกคนด้วยกัน คนแบบนี้ไม่เรียกสกปรกแล้วจะไห้เรียก....หรอ

#67 By .. (182.53.122.46) on 2011-07-06 15:52

Great post really interesting writing style.

#66 By buy articles (119.155.41.188) on 2011-05-20 19:00

อู๊ยยยยย

ณ จุดนี้ไม่เรียกว่าเจ็บแล้วค๊า!!

ปวดโครต!!! เหอๆๆๆ

โดนจิ้มมาแล้ววววsad smile

#65 By ' I'm E29AZA ' on 2010-11-09 17:34

อ่า..เข้าใจผิดมาตลอดเลย= =''
แบบว่าไงอ่ะครับ ผมเองก็เคยเจอที่ร้องเพลงแลกเงินเหมือนกัน แต่ก็คิดไปว่าขอทาน(ขอโทษ)
Hot!